วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมากอีกวัน
เนื่องจากเป็นวันที่ผมได้อยู่กับแฟนผม
เกือบทั้งวันเลยทีเดียว ก็อย่างนี้หละน๊า คบกันใหม่ๆ
อะไรๆมันก็หวานเป็นธรรมดา เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า
รีบเข้าเรียนมาก เกือบไม่ทัน
ผมเรียนที่อาคารตรงข้ามกับตึกศิลป์
มองเห็นแผนกถ่ายภาพพอดีเป๊ะ(ชอบจัง)
อยากที่ผมบอกไว้ รีบเข้าเรียนมาก
เลยไม่ได้คุยกันในตอนเช้า ก็เลยsms ไปแทน
“ตอนเที่ยงทานข้าวด้วยกันนะครับจะรอ..”
แล้วพอเลิกเรียนตอนเช้า ก็เข้าไปที่แผนก
ไปบอกวิธีการเช็คเมล์ส่งเมล์ แหม
อุดส่าสมัครให้ก็ต้องเช็คต้องส่งเป็นสิ..
แต่โอว วันนี้สอนยาวยืดไปหน่อย อีกทั้งยังเน็ตที่วิลัยช้าอีก
เลยยิ่งเสียเวลาไปใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นไร..
หลังจากนั้นก็ออกมาทานข้าวด้วยกัน
วันนี้แฟนผมสั่งราดหน้าแฮะ
ผมก็คงตามเดิม แบบง่ายๆกระเพาไก่…
หลังจากทานเสร็จ ก็แยกกันเข้าห้องเรียน…
พอมาถึงตอนเลิกเรียนผมก็ทำงานอยู่ที่แผนก
แต่เอ๊ แฟนไปไหนแล้วเนี่ย เลยโทรหาซักหน่อย
อ๋อ พอดีไปช่วยคุณแม่ขายของ แล้วฝนก็ตกมากๆด้วย
ช่วงประมาณห้าถึงหกโมง ยังคิดอยู่ วันนี้อี๊ฟ เลขา
นัดไว้ให้ไปงาน Freshy’s Day ให้ได้ ก็เลยเดินกลับหอ

ท่ามกลางสายฝน โว้ว มันเท่ห์มากๆ(ตรงไหน)
เพราะตอนนั้นฝนก็ตกแรงมาก แต่ไอ้เราไม่กลัวเปียกฝน
แต่กลับอยากเปียกฝนซะด้วยซ้ำ หลังจากเข้ามาหอ
ก็ส่งsms ไปบอกซักหน่อยว่าอยู่หอ
แล้วถ้าออกมาก็โทรบอกด้วย
ชุดนักศึกษาผมเปียกจึงถอดออกตาก
แล้วก็ห่มผ้าขนหนู เซ็กซี่จัด ๕๕๕ แล้วพอดีเผลอหลับไปพักนึง
โทรมาแล้ว! อยู่หน้าหอ..
อ้าวตาย รีบทาแป้งแต่งตัวเลย แล้วก็ไปที่งานกัน…
พอมาถึงที่โรงแรมวสุ ประมาณหกโมงนิดๆ
ก็ไปลงชื่อรับป้ายชื่อแขวนคอ
แล้วก็พบเพื่อน พี่ น้องมากมาย ที่มาจากต่างประเทศ

เกาหลีก็มี ได้คุยกับคนเกาหลีด้วย
คุยได้สองสามคำก็จะคุย ๕๕๕ เดี๋ยวต่อไปก็คงคุยเป็นขึ้นๆไป
หกโมงกว่าแล้ว.. งานยังไม่เริ่มเลย ก็เลยเข้าไป
เพื่อนมาพอดี มีต้น แท๊บ แม๊ก สามหนุ่ม(ไม่สามมุม มุมเดียวกัน)
ไปนั่งคุยกันนิดนึง เลยออกมาโทรศัพท์หาหลาน

เล่าเรื่องจิปาถะให้หลานฟัง เพราะว่าไมได้คุยกันเกือบสองอาทิตย์แล้ว
พอเข้าไป งานก็เริ่มเลย โอ้วว้าว มีกิจกรรมให้ร่วมทำมากมาย
เริ่มจากแยกกลุ่มที่นั่งกัน อาชีวะ ก็แยกออก มมส ก็แยกออก ราชภัฏก็แยกออก
เราก็เลยเดินไปนั่งซะไกลๆซะเลย
หลังจากนั้น ก็มีช่วงพิเศษ ชอบช่วงนี้มากที่สุดในงานเลย
พี่แก่นและพี่นกยูงกำลังหาคนที่ป้ายชื่อมีคำว่า Fresh Life
ซึ่งก็เจอแจคพอร์ท เพราะว่าผมก็สงสัยเหมือนกัน
ข้างหลังคืออะไร ทำไมต้องมี ตอนแรกก็เกือบเปลี่ยนสาย
เพราะมันสั้นมากๆ (รัดคอ) พอพิธีกรเรียกขึ้นไปที่บนเวที
แล้วก็ให้เลือกหมายเลข 1-5 พอดีหันไปมองแฟน
กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ เลยไม่ได้ปรึกษาเลย
ผมเลยเลือกหมายเลขสาม หากันอยู่ตั้งนาน
ปรากฏว่าผมได้หมายเลขสาม เป็นซ้อยคอที่มาจากเกาหลี


ราคา3000วอน หรือประมาณหนึ่งร้อยบาท
ผมดีใจมากๆเลย ไม่คิดว่าจะได้อะไรที่อยากได้แบบนี้
หลังจากมอบของรางวัลเสร็จ ผมก็ลงจากเวที
แต่ไม่กลับไปนั่งที่เดิม ผมไปนั่งกับแฟน
ผมเห็นแผนผมนั่งอยู่คนเดียว เพื่อนแฟนผมก็กลับกันหมด
กลัวจะเหงาก็เลยไปนั่งเป็นเพื่อน นั่งดูกิจกรรมต่อไป
พอเสร็จกิจกรรมแล้วนั้นก็ไปทานของว่างแล้วก็กลับกัน..

ให้ความเห็นไว้เมื่อ July 8th, 2005 เวลา 6:48 pm
ให้ความเห็นว่า:
หวานเชียวแก อิจฉาจังเลย
ให้ความเห็นไว้เมื่อ December 8th, 2008 เวลา 11:21 am
ให้ความเห็นว่า:
ทำไปได้……อิจฉาน๊าน