ทำเว็บก็ทำเป็น ออกแบบดีไซน์ เขียนเองก็ทำเป็น ก็เพิ่งจะมาเปิดเว็บบล๊อคของที่อื่นก็วันนี้แหละ..แต่ก็อยากเปิดมานานแล้วเปิดทั้งที เรื่องที่นำเสนอค่อนข้างยาว หลายคนอ่านอาจไม่เข้าใจหลายคนอาสับสน หลายคนอาจงุนงง ว่าคืออะไร แต่สิ่งที่เล่าที่รับรู้ ถือเป็นความสัตย์จริงจากผมผู้ที่กำลังคิดและพิมพ์เรื่องราวอยู่ ในขณะนี้ และก็ขออภัยสำหรับเรื่องส่วนตัวๆของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านด้วยเรื่องราวต่างๆ ขอสงวนสิทธิ์ในการเผยแพร่เพียงที่นี้เป็นที่เดียวเท่านั้นครับ
พี่ชายของเรา.. พี่ชายของผม.. ได้จากไปแล้ว…
มันเป็นความผุกพันธ์ที่ยาวนาน เมื่อผู้ชายคนนึงเคยไม่สมหวังกับการเรียนแต่ก็มาประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง กับร้านหนังสือที่มือชื่อมายาวนานกว่า 25 ปี ในอำเภอเล็กๆ อำเภอหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นจนกระทั่งมีวันนึงซึ่งเกิดประสบปัญหาทางการเงิน พยายามหาทางออก คิดทำธุรกิจเสริมเพิ่มเติมเพื่อความอยู่รอดของร้านหนังสืออันเป็นกิจการที่ สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นชื่อเสียงมีหน้ามีตามาได้จนเพียงนี้ โดยที่ผมไม่เคยรู้เลยว่ามีปัญหาดังกล่าว ทั้งที่มีความผูกพันธ์กับร้านหนังสือ ผู้จัดการ และ ลูกชายของผู้จัดการ ลุง(ขออณุญาติอ้างถึง)ผู้เป็นผู้จัดการร้านท่านคงไม่อยากให้เราเป็นทุกข์ไป ด้วย จึงไม่เคยบอกเรื่องราวนี้เลย
แต่มีวันนึงร้านได้ปิดและหายเงียบไป อย่างไม่มีใครทราบเลย ว่าคนที่ร้านหายไปไหน ผู้ที่อยู่ไกล้เคียงต่างบอกว่า ไปต่างจังหวัด คิดว่าไม่นานจะกลับมา แต่ที่จริงไม่กลับมาแล้ว… จนหลายคนที่รู้จักเริ่มสงสัยว่าหายไปนานเกินไปแล้ว แล้วชื่อร้านป้ายร้านก็หายไป กลายเป็นร้านหนังสือแห่งใหม่ได้เปิดขึ้น ไม่มีใครรู้เลย…
ผมก็สงสัยและงุนงง พยายามจะติดต่อแต่ก็ติดต่อไม่ได้.. ก่อนหน้านั้นที่ผมกับพี่จะห่างกันไป ก่อนที่ร้านหนังสือจะปิด พี่ก็ได้ไปสอบทหารแต่ไม่ติด คิดและตัดสินใจไปอยู่กทม ไปเป็นพนง.ร้านขายของที่บอกไปทุกคนก็จะรู้จักกันดี ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ซึ่งตอนนั้นยังติดต่อกันได้อยู่ ตอนนั้นผมก็ไปเที่ยวแล้วก็โทรติดต่อกันเสมอ จนกลับมาแล้วซึ่งตอนนั้นร้านยังเปิดอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้ค่อยไปหาลุงเท่าไหร่นัก ไม่เหมือนตอนที่พี่อยู่ จนเมื่อร้านได้ปิดลง ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งผมก็ยังไม่รู้สาเหตุจริงๆในตอนนั้นว่าทำไมถึงปิดร้าน เห็นแต่ตอนที่ร้านยังเปิดอยู่เล่าให้ฟังว่าเบื่อที่นั่งเฝ้าร้านขายหนังสือ อยากออกไปหาทำอย่างอื่นบ้าง…
ระหว่างที่กลับบ้านก็ได้คุยกันถึงเรื่องการย้ายร้านจากรุ่นพี่ที่อยู่โรงเรียน รุ่นพี่บอกว่าบางทีมีกิจการมีปัญหาด้านการเงินก็ต้องดิ้นรนทำอย่างอื่นเข้ามาเสิรมเพื่อให้กิจการอยู่รอด เพราะพี่ เคยเล่าให้รุ่นพี่ฟังว่าเงินที่ร้านหมุนไม่ทัน แต่ก็ยังไม่ติดใจเชื่อหรือคิดอะไร ระหว่างนั้นพี่ได้โทรมาพอดีโทรมาเบอร์ตู้มั้งเท่าที่จำได้ซึ่งพี่ก็บอกว่าซิมหาย แล้วตอนนี้ก็อยู่ที่พัทยา ทำงานพนงร้านขายของอยู่ ลุงก็พักผ่อนไม่ได้ทำอะไรอยู่ที่บ้าน ซึ่งผมก็ได้แต่รอการติดต่อมา..
มีวันนึงพี่ก็ได้ติดต่อกลับมา และก็เล่าให้ฟังตอนนี้มาอยู่ที่ภูเก็ตทำงานอยู่ร้านคอม ลุงก็ไปส่งผลไม้อยู่ที่เชียงใหม่กันซึ่งก็สบายใจ ถามว่าทำไมถึงย้ายร้านก็บอกว่าเป็นเหตุผลสวนตัว ไม่ได้บอกอะไรก็คุยเรื่องอื่นไป แล้วก็ติดต่อกันเสมอ ว่างๆผมก็โทรไปคุยเล่นด้วยประจำ ซึ่งพี่ ก็ไม่มีที่ท่าว่าจะมีปัญหาอะไรเลย
จนกระทั่งวันหนึ่งมีรุ่นพี่ที่เป็นเพื่อนของพี่ ได้โทรมาทั้งๆที่ไม่เคยโทรมาบอกว่าดูข่าวในหนังสือพิมพ์ยังเชื่อเหมือนพี่เลย ซึ่งผมก็ไม่เชื่อ อำกันเล่นหรือเปล่า แล้วซักพัก เพื่อนก็โทรมา ก็เริ่มงง สงสัยนี่จริงเหรอ
ผมเลยค้นหาต่ออินเตอร์เน็ตแล้วก็เข้าเว็บต่างๆหาขอมูลเกี่ยวกับพี่ ก็ไม่เจออะไร อำกันได้ขนาดนี้เหรอ
แล้วจากนั้นหลานผมก็โทรมาบอกอีกว่าเพื่อนเล่าให้ฟังเปิดดูสิ เกินช๊อคที่ไปเจอข่าวนั้น ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ว่าชื่อที่อยู่ และข้อมูลคล้ายมาก แต่ไม่ทั้งหมด จึงสงสัยกัน พยายามสืบหาข้อมูล เมลล์ msn ก็เข้าไปเช็คหมด เพราะว่าเป็นคนพาพี่สมัคร ถ้ามีก็น่าจะมีในนี้ แต่ก็ไม่เห็น ไม่เป็นตามที่ข่าวให้ไว้ เราไม่รู้ว่ามันบิดเบือนหรือไม่
ซึ่งผมก็งงมากๆถึงมากจริงๆ แล้วถ้าผิดข่าวจะลงชื่อได้ชัดอะไรขนาดนี้ พยายามจะติดต่อหาลุงและป้า เคยมีเบอร์ป้าอยู่ คิดยังไงก็คิดไม่ออก เบอร์ลุงเราก็ลบแล้ว ที่สำคัญโทรไปหาพี่ ก็ไม่ติดไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้เอร์เซ็นความเชื่อในใจมีมากกว่าความไม่เชื่อ คิดทางสุดท้ายได้ มีญาติที่รู้จักที่พี่เคยพาไปเยี่ยมบ่อยครั้งเลยไปถามดูแต่ไม่ได้บอกไป เรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์นั้นทางญาติก็ยังไม่ทราบว่าพี่ เสียแล้วเพียงแต่เราคือผมและรุ่นพี่ ที่รู้จักพี่ที่โรงเรียนก็พากันไปถามญาตเผื่อจะมีเบอร์ แต่ญาติก็ไม่มีเราก็ติดต่ออะไรไม่ได้ได้แต่รอดูต่อไป
หลายๆคนที่รู้จักพี่ ก็โทรมาถามผมกันให้วุ่น เพราะผมเป็นคนที่สนิทกับพี่มาก แต่ผมกลับไม่รู้เรื่องต่างๆอะไรเลย จึงไมได้บอกอะไรไปจนเกิดความคิดว่าน่าจะบอกให้ทุกคนรับรู้และสิ่งที่เราต้องทำต่อไปเพื่อพี่ของเรา ตอนแรกเราตกลงกันว่า ใครไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องบอก ซึ่งผมก็คิดได้ว่าการรู้ไว้จะดีกว่า อย่างน้อยคนที่รู้จักพี่ก็ไม่มีใครจะเชื่อกันในข่าวอยู่แล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ก็ได้แต่รอความคืบหน้า
หลังจากกลับมาบ้านก็มาเล่าให้แม่ฟัง ความคิดของแม่ที่เข้าใจมาก็บอกว่า พี่เป็นคนเก็บกดไม่มีใครดูเขาออกว่ามีความทุกข์หรือสุขขนาดไหน เป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว เพราะพี่ ไม่เคยได้ใช้ชีวิตแบบเด็กๆ หลายคนที่รู้จักอาจเหมือนผมที่รู้จักผิวเผิน ทั้งๆที่รู้จักกันมานาน ทำกิจกรรมต่างๆนาๆ แล้วผมก็สนิท แต่ผมไม่ได้รู้เรื่องราวๆจริงของพี่เขาเลย รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ถึงแม้เล่าไปจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่อย่างน้อยได้รับรู้ความทุกข์ก็ยังดี แต่พี่ คงคิดว่าถ้าเล่าไปพวกเราๆอาจจะไม่สบายใจไปด้วย จึงไม่อยากเล่า ซึ่งผมและทุกๆคนที่รู้จักพี่ ก็อโหสิกรรมให้หมดแล้ว
ที่แม่ผมรู้นั้นเพราะแม่ผมเคยซื้อหนังสือรู้จักกันตั้งแต่ผม พี่ ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำตั้งแต่ลุงยังไม่มีป้า แม่เล่ามาอย่างนั้น ซึ่งลุงเคยบอกว่าลุงมีลูกยากนะครับ พอมีแล้วทำให้ลุงรู้สึกหวงลูกของลุง ทะนุถนอมไม่ให้เป็นอันตรายใดๆ ร้านหลังเก่าก็อยู่แถวๆโรงเรียนที่เรียน ไม่อยากให้ไปเรียนไหนไกลๆ ไม่ได้มีกิจกรรมเล่นเหมือนเด็กทั่วไป อยู่แต่ร้านหนะ ทำความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วๆไป เวลาออกไปถ้าเป็นอย่างพวกเรา ก็ไปเล่นแถวบ้าน วิ่งเล่นตามประสาเด็กๆ แต่พี่ อยู่แต่ที่บ้านไม่ได้คบปะเพื่อนฝูงเท่าไหร่ พอเจออะไรแปลกๆอาจจะอยากรู้อยากลองอะไรทั้งๆที่ไม่ดีแต่ก็เป็นความท้าทาย แม่ของผมเล่ามาอย่างนั้น
ผมเลยค่อนข้างสับสนเล็กน้อยและเริ่มเข้าใจเรื่องราวแต่ก็คิดอยู่ว่าคนที่เสียก็เสียไปแล้วและคนที่อยู่เราจะทำยังไงต่อไป ซักพักกำลังนอนดูหนังกับแม่ ลุงก็โทรมถามว่าผมชื่อข่าวนี้มั้ย ผมก็บอกชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ลุงบอกว่าในข่าวมันไม่ใช่นะ เป็นข่าวขายหวังผล ภาพมันก็ไม่ใช่ อะไรทำนองนั้น ให้ผมช่วยประโคมข่าวให้สื่อมวลชน เลิกทำข่าวบิดเบือนได้แล้ว ลุงโทรมาด้วยน้ำเสียงที่ขอความช่วยเหลือ เป็นการขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายแล้ว ซึ่งในตอนแรกผมก็คิดหาทางจะโพสท์ลงไปว่ายังไงดี
จึงมาปรึกสาแม่ แม่ได้บอกกับผมว่า ไม่ใช่แม่ไม่เชื่อลุงนะ แต่เราไม่ได้เห็นไม่ได้เจอจริงๆ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เจอแต่ในหนังสือพิมพ์เท่านั้น เราจึงไม่สามารถให้ความช่วยเหลือใดๆบ้าง เพราะมันอาจทำให้เรื่องซับซ้อนไปอีก แล้วทำให้เกิดความสับสนได้ จึงไม่ได้ดำเนินการร้องเรียนอะไรตามที่ลุงได้ขอความช่วยเหลือมา ซึ่งผมก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ผมจะสรุปข้อเทร็จจริงให้เป็นกลางที่สุด แล้วแต่ว่าใครจะมีความคิดความเชื่ออย่างไร
แต่ผมอยากให้รู้ไว้อย่างนะครับ คนเสียไปแล้วเราไม่น่ามีคติอะไรนะครับ ไม่ว่าจะเสียอย่างดีไม่ดีก็ตาม
ขอให้คำนึงถึงความดีที่พี่ ที่เป็นผู้ตาย ของเรา ได้ทำอย่างไรกับเราไว้บ้างความดีของพี่ ผมและทุกๆคนยังคงละลึกถึงเสมอ กิจการการงานต่างๆที่พี่ได้ทำ เรายังคงจดจำไว้เสมอ ตอนที่พี่อยู่ พี่ไม่เคยเบียดเบียนใคร ทำให้ใครเดือดร้อนเลย ทุกคนที่รู้จัก เรายืนยันกันได้ทุกคน ขอให้ความดีนั้นเป็นส่วนบุญส่วนกุศลให้ ชาติหน้า นำพาให้ได้มาเจอกันอีก ไม่ว่าจะยาวนาน หรือสั้นเหมือนชาตินี้ เราก็ยังจะเป็นพี่น้องกันครับ
ความดีของพี่ ที่ผมระลึกได้และใครถามว่ารู้จักกันได้ยังไง ผมก็จะบอกเสมอดครับ..
ผมเจอพี่ ได้อย่างไร?
จากที่เรื่องราวข้างต้นที่บอกว่าแม่รู้จักกับลุงแล้วก็พี่กอล์ฟ แต่แม่ไม่เคยเล่าให้ผม ซึ่งผมก็ไม่รู้จักมาก่อน จนกระทั่ง..
ณ ร้านอินเตอร์เน็ตแห่งหนึ่ง(โรงเรียนคอมพิวเตอร์) ตอนนั้นผมเรียนที่โรงเรียนมัธยมชื่อดังที่หนึ่งในอำเภอผมกำลังเล่นคอมอยู่ที่ร้าน ซึ่งผมก็เล่นเรื่อยๆมาบ่อยๆทุกๆวันที่ร้านนี้เป็นประจำ แต่มีอยู่วันนึง พี่เขาก็เข้ามาทักแล้วถามว่า น้องชื่ออะไร เรียนที่ไหน แล้วพี่ ก็แนะนำตัว และชวนไปทำงานกิจกรรมที่โรงเรียนด้วยกันซึ่งตอนนั้นผมก็งงมาก ว่าทำไมถึงมาทักผม ทำไมต้องเป็นผม..
วันต่อมาผมก็ได้มาทำงานช่วงพักเที่ยง เป็นห้องซาวน์แลบ (ห้องฝึกพูดภาษาอังกฤษ) ก็อย่างที่เข้าใจ ห้องฝึกพูดมีหูฟัง มีคอมพ์ มีวิดีโอ มีจอทีวี ฟังเพลงดูหนังได้ อาจารย์ที่รับผิดชอบ อาจารย์ปัญญา หลายคนรู้จักกันดีครับ เป็นผู้มอบหมายให้พี่ ได้มาทำที่นี่ เท่าที่ผมรู้ ซึ่งก็เป็นกิจกรรมแรกที่ผมได้รู้จักกับพี่ในโรงเรียน
เรามาทำงานกันตอนพักเที่ยง หรือเวลาว่างจากการเรียน เป็นการเปิดเพลงและหนังในห้อง เพื่อให้นักเรียนที่ว่างจากการเรียนเข้ามา ซึ่งเป็นที่ได้รับความนิยมมาก
มีวันนึง ผมและพี่เกิดรู้จักกันมากแล้ว พี่เลยชวนผม เลิกเรียนไปเล่นที่บ้าน ผมก็ได้ไปบ้านพี่อย่างเป็นทางการจริงๆเป็นครั้งก็วันนี้ ได้ไปนั่งอยู่ข้างดูว่าพี่เล่นอะไรบ้าง เพราะผมไม่รู้เรื่องคอมอะไรเลย แต่ต่างจากตอนนี้มากครับ ผมเก่งคอมมาในระดับหนึ่ง เป็นหน้าเป็นตาให้ญาติที่รู้จัก มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับคอมเพื่อนพี่น้อง เพื่อนแม่ ญาติ ฯลฯ กล่าวไม่หมด มาสอบถาม ผมกลายเป็นคนสำคัญในทันที เบิ้องหลังคือพี่ผมเองครับ ที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้
แรกก็อย่างที่บอกไปนั่งดูเฉยๆ แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียกได้ว่า ภาษาอังกฤษใช้ได้ เพราะจบป.6มาได้ก็เพราะอังกฤษนี่แหละครับ เวลาดูอะไรในคอมเลยค่อนข้างจะแปล(เดานิดๆ)ออก มีอะไรที่พี่ งม(ภาษาชาวบ้าน)อยู่นานก็จะบอก ตอนนั้นที่บ้านผมยังไม่มีคอมครับ เล่นครั้งแรกที่โรงเรียน ป.5 มั้งครับ แอบไปเปิดเครื่องเล่นโรงเรียนบ้างแต่ทำไรไม่เป็น ไปเรียนคอม ได้มาวิชาเดียวคือออฟฟิศ นอกนั้นงมเอาหมด ซึ่งตอนที่ผมอยู่ที่ร้าน ผมก็มางมหลังเลิกเรียนทุกวัน 4 โมงถึง 3 ทุ่มทุกวัน ค่าขนมมาอยู่ที่คอมหมดครับ(เรื่องจริงๆ)
แต่หลังจากที่พี่ชวนไปเล่นที่บ้าน ก็ไม่เคยไปร้านอีกเลย ไปที่บ้านำแทน ตอนนั้นก็รู้สึกเกรงใจนะครับที่ไปอยู่บ้านคนอื่นทุกๆวันไม่เป้นการรบกวนเขาเหรอ มันไม่เสมอไป ผมพึ่งรู้จริงๆ ถ้าเป็นแบบบางคน ไปแล้วสร้างความรำคาญ พาลูกเขาถเลถไลแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากให้ไปอยู่กับลูกเขาหรอกครับ ไม่ได้ชมตัวเองว่าไปอยู่บ้านคนอื่นแล้วเรียบร้อยอะไรแบบนี้นะ แต่ผมขี้เกรงใจจริงๆ วันไหนไม่ไปพี่ก็ไม่ได้ตามหรอกนะครับ แต่วันนั้นก็จะกลายเป็นว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่ บางทีพี่ก็โทรมาคุยบ้าง
หลังจากนั้นเราก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันเรียกได้เต็มปากเลย ไม่ว่าจะเคยหรือตอนนี้เป็นยังไงก็ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกันโทรคุยกัน มีอะไรก็ปรึกษากันตลอด หลังๆมาถ้าไม่ได้ไปเล่นนานๆลุงก็จะถามว่าหายไปไหน ไม่มาบ้าง ซึ่งตอนที่พี่ไป มีแต่ลุงเฝ้าร้านลุงก็บ่นเหงาๆมาเล่นบ้างนะ แต่ผมก็ไม่ได้ไปที่ร้านเลย เพราะผมยุ่งงานมากๆครับ ทุกคนจะรู้ดี ผมเล่นเน็ตมากกว่านอนด้วยครับ เวลาว่างชอบอยู่บ้าน ขี้เกียจไปไหนเป็นที่สุด
แต่วันนี้(5 ธันวา) เป็นวันพ่อ เราได้นัดกันหลายๆคนที่อยู่แถวบ้านที่รู้จักพี่ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พี่ อยากให้ชาติหน้าได้เจอพี่อีก ทุกคนจะจำพี่ไปตลอดครับ สำหรับปีหน้า ผมคิดว่าวันเกิดของพี่จะทำบุญไปให้ทุกๆปีครับ และขอนัดแนะเพื่อนๆที่รู้จักพี่กันไว้ที่นี้ด้วย วันที่ 30 ตุลาคมครับ ของทุกๆปีซึ่งเป็นวันเดือนเกิดของพี่ เราจะร่วมทำบุญไปให้พี่กัน สำหรับใครที่ไม่มีกำลังทรัพย์หรือเวลาสำหรับวันนั้น อย่างน้อยขอแค่ทำสมาธิซัก 10 นาทีเป็นการลำรึกถึงคนที่เราเคยรู้จักที่เรารู้สึกดี ที่ทำหลายๆอย่างเป็นประโยชน์สร้างสรรค์ กิจกรรมดีๆด้วยกันมาครับ
ส่วนเรื่องที่ผ่านมานั้นถือว่าไม่ถือกันครับ และคิดในทางดีต่อกันครับ ทั้งคุณลุง คุณป้า ขอให้มีความสุขและรักษาสุขภาพด้วยครับ ส่วนปัญหานั้น ถ้ามีอะไรที่พอจะช่วยได้ ผม และเราชาวอำเภอ ที่คุณลุงคุณป้า เคยมาใช้ชีวิตอยู่หลายสิบปี พร้อมที่จะช่วยเหลือ เท่าที่จะช่วยได้ครับ
ก่อนจากขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับที่อ่านจนจบ ขอบคุณ EXTEEN.COM BLOG ขอขอบคุณมากๆครับ

ให้ความเห็นไว้เมื่อ April 5th, 2008 เวลา 9:59 pm
ให้ความเห็นว่า:
พี่ชาย เป็นพี่ชายคนดีคนเดียวของชั้น เป็นคนที่ชั้นรักมากที่สุด และเป็นคนเดียวที่ชั้นไม่เคยลืมทุกวินาทีที่อยู่ด้วยกัน..ผ่านมาหลายปีแล้วความรู้สึกยังเหมือนเดิม ….ชั้นรักพี่