Mar 16
จดหมายจากพ่อ
1 ดาว2 ดาว3 ดาว4 ดาว5 ดาว (โหวตกันนิดนึงนะครับ)
Loading ... Loading ...

นี่คือเรื่องราวสมัยมัธยม เรื่องราววัยรุ่นที่กำลังจะรักใครซักคน
ลองอ่านดูนะครับ จดหมายของผมไม่เท่าไหร่ แต่จดหมายของพ่อ
อานแล้วดีมากๆเลยครับ

จดหมายของผม..

สวัสดีครับพ่อ
ผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังอีกแล้วครับ
วันที่โรงเรียนของผมสอบเสร็จวันสุดท้ายเพื่อนๆพากันวางแผนให้ผมไปเล่นบ้านติ๋วซึ่งตอนแรกผมก็ไม่รู้แต่พอเลิกสอบจะกลับกันมีเพื่อนคนนึงมาบอกว่าวันนี้มีโครงการจะไปบ้านติ๋ว (บ้านเวียงแก้ว)ตอนแรกผมไม่อยากไปกะว่าจะ
กลับบ้านนอนพักผ่อนแต่เพื่อนๆก็ชวนไปจนได้ผมไปกับปรีชา(เพื่อนสนิท)
ติ๋วและเพื่อนอีกสองคนไปอีกคันนึงเมื่อไปถึงปรีชารีบกลับมากเมื่อไปถึงแล้วก็กลับเลยยังไม่ได้พูดอะไรเลยครับ
ผมมีอีกอย่างที่จะสารภาพเรื่องนี้แม่ยังไม่รู้เลยไม่กล้าบอก
วันนึงผมกับเพื่อนนัดกันว่าจะมาซ้อมกายบริหารที่อาจารย์จะสอบที่บ้านผม
ภายในกลุ่มของผมนั้นมีติ๋วอยู่ด้วยวันนั้นติ๋วมาเมื่อมาและพากันซ้อมจนถึงเที่ยงก็พากันออกไปกินข้าวผมชวนติ๋วและเพื่อนอีกสองคนไปกินก๋วยเตี๋ยว
ผมถามติ๋วและเพื่อนว่าจะกินอะไรติ๋วตอบขึ้นมาว่าไม่กินไม่หิวผมพยายามบังคับเธอให้กินแต่เธอก็ไม่ยอมกินเลยเมื่อผมและเพื่อนกินเสร็จแล้วก็แยกกันกลับบ้านแต่เพื่อนอีกคนบอกว่าจะพาไปบ้านติ๋วแต่ผมไม่ไป
เมื่อตอนเย็นประมาณซัก4โมงครึ่งผมเบื่อมากจึงออกไปขี่รถจักยานเล่นไปบ้านปรีชาก็ไม่อยู่ก็เลยไม่รู้จะทำอะไรก็เลยขี่รถกลับบ้านทางไปบ้านหนองกุงใหญ่ผมขี่เพลินมากจนไปถึงวัดป่าไชยมงคล(เลยบ้านไปแล้ว)ผมก็เลยคิดว่าจะลองไปเรื่อยๆดูว่าจะปั่นได้ไกแค่ไหน ผมปั่นไปเรื่อยๆจนเลยบ้านผักหนามและผมก็เลยเห็นป้ายอยู่ป้ายหนึ่งเขียนว่า ทางไปโรงเรียนบ้านเวียงแก้ว(อีก 3.5 กม.)ผมก็เลยลองเข้าไปดู พ่อเชื่อมั้ยครับว่าผมไปถึงบ้านเวียงแก้วด้วยจักรยาน เมื่อผมไปถึงผมก็ลองหาดูบ้านติ๋วตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจที่จะไปแต่มันก็ไปถึงมันไกล้มากครับ เมื่อเวลาประมาณ5โมงเศษๆผมก็รีบกลับแล้วผมกลับมาถึงบ้านประมาณ6โมงเย็นครับ
วันต่อมาผมเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆฟังเพื่อนๆช็อคและพูดออกมาว่าเหลือเชื่อมากครับผมก็บอกว่านี่คือความจริงเพื่อนพยายามจะนำเรื่องนี้ไปบอกติ๋วแต่ผมห้ามไว้ติ๋วจึงยังไม่รู้เรื่องครับ
สำหรับในวันนี้ผมก็มีเรื่องที่จะเล่าแค่นี้แหละครับ
สวัสดีครับ

จดหมายจากพ่อ..

สวัสดีคุณ บ็อบบี้
ก่อนอื่นต้องขอบรรยายเรื่องการศึกษาและการดำเนินชีวิต ซึ่งโดยทั่วๆไป แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและรู้จักตัวตนของตนเองให้มากขึ้น
1. ประถมศึกษา (วัยเด็ก สนุกสนาน ตามประสาเด็กๆ)
2. มัธยมศึกษา (วัยเด็กและเริ่มเป็นวัยรุ่น)
ธรรมชาติของมนุษย์ในช่วงนี้ความรู้สึกต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นอย่างที่ลูกบอกนั่นแหละ เป็นเรื่องธรรมดา แต่จะต้องจำไว้ว่าขณะนี้หน้าที่หลักของตัวเองคือการเรียนและช่วยเหลืองานบ้าน ดังนั้นนี่เป็นแค่เพียงการเริ่มต้นในการเรียนเพื่อเตรียมตัวเองไปสู่การศึกษาขั้นสูง และการเลือกอาชีพ เรายังต้องใช้เวลาในการศึกษาเล่าเรียนอีกหลายปี จงดูตัวเองด้วยว่าตอนนี้เราอยู่แค่ระยะที่ 2 ความรักเป็นเรื่องเด็กๆ มันไม่จริง จะเกิดขึ้นได้ไม่ผิด แต่จะต้องมีขอบเขตจำกัดที่แน่นอน ปกติระหว่างวัยเรียน อย่าได้มีเรื่องแบบนี้ บังเอิญว่าไม่มีใครที่จะห้ามเรื่องแบบนี้ได้ ขณะที่เราเรียนชั้นมัธยมเราก็จะพบเจอเพื่อนๆผู้หญิงระดับนี้แหละมากมาย ต่างคนต่างพ่อแม่ ต่างถิ่นหรือบ้านเกิด แล้วถ้าหากเราจบการศึกษาชั้นมัธยมแล้วเราจะต้องเลือกสถานที่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัย เราเองก็จะต้องแยกทางกันไปเพื่อศึกษาตามสถานศึกษาต่างๆ แล้วแต่จะสอบได้
3. อุดมศึกษา (วัยรุ่น)
เลือกวิชาชีพหรือเลือกเรียนอาชีพเพื่อเข้าสู่ขั้นที่ 4 ขั้นนี้เราจะพบปะผู้คนในวันรุ่นหรือวัยหนุ่มสาว เราก็จะเจอคนใหม่ๆ เราก็อาจจะมีโอกาสเลือกใหม่อยู่บนขอบเขตเช่นเดิม แต่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
4. ประกอบอาชีพและทำงาน
มีหน้าที่การงาน มีเงินเดือน และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ พบปะผู้คนในวัยทำงานมากมาย ขั้นตอนนี้แหละคือความรักที่แท้จริงและเป็นบทสุดท้ายของชีวิต เมื่อถึงตอนนี้เราสามารถเลือกเองได้อย่างสบายใจ เพราะว่าเรามีอาชีพหรือทำงานแล้ว
ข้อแนะนำ
- ควรจะรู้จักตนเองและรู้หน้าที่ของตนเองในตอนนี้ ซึ่งจะว่าไปแล้ว ยังอยู่แค่ช่วงที่ 2 เท่านั้นเอง ระยะทางยังอีกยาวไกลที่เราจะเดิน
- จงดูวันนี้และวันข้างหน้า ทำอะไรก็แล้วแต่ให้นึกถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ดังนั้นให้ทำวันนี้ให้ดีและมองไปที่อนาคตข้างหน้าอย่างมั่นคง
- อย่ายึดติดยึดมั่น ให้เป็นแค่กำลังใจเราก็พอ อยู่ในขอบเขตจำกัด
- ให้คิดแบบผู้เชี่ยวชาญ คือ การป้องกันไว้ก่อน การจะกระทำอะไรก็แล้วแต่ ให้นึกถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นและวิเคราะห์ล่วงหน้าก่อนปฏิบัติ ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าเราจะเดินทางไกลโดยใช้รถยนต์ เราจะต้องตรวจเช็คสภาพให้พร้อมเช่น ลมยาง น้ำมันเครื่อง ยางอะไหล่ เป็นต้น เพื่อป้องกันปัญหาไว้ก่อน
เช่นเดียวกันกับที่ลูก ขี่จักรยานไปบ้านเวียงแก้ว ลูกไม่ได้คิดแบบชาญฉลาด เพราะอะไร เพราะว่าถ้าขณะถีบรถจักรยานไป เกิดโดนรถชน ลูกจะทำอย่างไร เกิดวัยรุ่นแถวนั้นไม่ชอบขี้หน้าชกต่อยเอาลูกจะทำอย่างไร ผลที่ได้มันไม่คุ้มกับสิ่งที่เราทำไป
- ทักษะของคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี ควรมองอย่างหลายมุมและรอบคอบ
- ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้ถึงระยะที่ 3 ก่อนจะดีกว่า สิ่งที่จะชนะใจผู้หญิงหรือคนอื่นได้ ส่วนใหญ่ต้องเป็นคนเรียนเก่งอยู่ลำดับต้นๆ ทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องจริงเพราะส่วนมาก แล้วเขาจะกลัวคนเก่ง จำไว้
สุดท้ายนี้ถ้าลูกมีอะไรจะปรึกษา ก็สามารถ Email มาได้ทุกเวลาเนื่องจากการซักถามและการปรึกษาหารือถือว่าเป็นเรื่องดีที่ควรกระทำ การยอมรับคำปรึกษาอย่างคนฉลาด ต้องเปิดใจกว้างยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ใครที่กำลังมีความรักก็ขอให้ลองๆอ่านดูครับ
สำหรับผมนั้น เรื่องความรักเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลย แต่ผมก็จะพยายามสู้ต่อไป
เพราะนอกจากความรักแล้ว ยังมีสิ่งต่างๆอย่างที่พ่อผมบอกให้เราทำอีกมากมาย..

เชิญให้ความคิดเห็น

Please note: Comment moderation is enabled and may delay your comment. There is no need to resubmit your comment.